ชัชชาติยังเต็งหนึ่งเ... ข่าวล่าสุด
ผลสำรวจความคิดเห็นล่าสุดจากสถาบันพระปกเกล้า (KPI Poll) เปิดเผยว่า นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ อดีตผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ยังคงเป็นตัวเลือกอันดับหนึ่งของประชาชนชาวกรุงเทพฯ ในศึกเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. ที่จะถึงในเดือนหน้านี้ แม้จะมีคู่แข่งหน้าใหม่ลงสมัครหลายราย แต่ฐานเสียงของชัชชาติยังคงเหนียวแน่นจากผลงานในอดีต การสำรวจดังกล่าวดำเนินการระหว่างวันที่ 10-20 พฤษภาคมที่ผ่านมา โดยเก็บข้อมูลจากกลุ่มตัวอย่างผู้มีสิทธิเลือกตั้งใน 50 เขตพื้นที่กรุงเทพฯ มากกว่า 5,000 คน เพื่อวัดกระแสและแนวโน้มก่อนวันเลือกตั้งจริงในวันที่ 21 มิถุนายนนี้ ## กระแสเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. ยังนำโด่ง จากการสำรวจของ KPI Poll พบว่า นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ได้รับคะแนนนิยมสูงถึง 42.5% ซึ่งห่างจากคู่แข่งอันดับสองอย่าง นายชัยวัฒน์ สถาวรวิจิตร จากพรรคประชาธิปัตย์ ที่ได้เพียง 18.3% ส่วนผู้สมัครคนอื่นๆ ไม่มีใครสามารถแซงหน้าสองตัวเต็งนี้ได้เลย ตัวเลขนี้ชี้ให้เห็นว่าความนิยมในตัวชัชชาติไม่ได้ลดลงแม้เวลาจะผ่านไปหลายเดือน "ผมไม่ได้มองว่าตัวเองเป็นเต็งหนึ่ง แต่กำลังใจจากพี่น้องประชาชนทำให้ผมมีพลังในการทำงานต่อ" ชัชชาติกล่าวระหว่างหาเสียงในตลาดย่านมีนบุรีเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา นักวิเคราะห์มองว่าผลงานที่จับต้องได้ของชัชชาติในวาระแรก ไม่ว่าจะเป็นโครงการทางเท้าราบรื่นเลียบคลองหรือระบบระบายน้ำที่ได้รับการปรับปรุง ยังคงตรึงใจผู้มีสิทธิเลือกตั้ง ## ปัจจัยขับเคลื่อนการเลือกตั้งท้องถิ่นกรุงเทพฯ เมื่อเจาะลึกถึงปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อการตัดสินใจของประชาชน พบว่าประเด็นการจัดการปัญหาจราจรและระบบขนส่งมวลชนเป็นเรื่องที่ผู้ตอบแบบสอบถามให้ความสำคัญมากที่สุดถึง 34% รองลงมาคือปัญหาน้ำท่วมขังในพื้นที่กรุงเทพฯ ที่ 28% และปัญหาเรื่องฝุ่น PM2.5 ที่ 22% ชัชชาติชูนโยบาย "Bangkok for All" ที่เน้นการเชื่อมต่อเส้นทางจักรยานและการขยายระบบ BRT ขณะที่ชัยวัฒน์ของพรรคประชาธิปัตย์เน้นนโยบาย "กทม. ใส่ใจ" ด้านสวัสดิการและการศึกษา ทั้งนี้ สถาบันพระปกเกล้าชี้ว่านโยบายที่มองเห็นผลรูปธรรมภายในระยะเวลาสั้นจะส่งผลต่อการโหวตอย่างมีนัยสำคัญ ## ส่องผลสำรวจ KPI Poll ก่อนเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. ความน่าสนใจอยู่ที่ความเห็นของผู้ที่ยังไม่ตัดสินใจเลือก ซึ่งคิดเป็น 12.3% ของกลุ่มตัวอย่างทั้งหมด กลุ่มนี้เมื่อวิเคราะห์เชิงลึกพบว่ามีแนวโน้มจะกระจายคะแนนไปยังผู้สมัครอิสระรายอื่นๆ ในการเลือกตั้งครั้งนี้มีผู้สมัครลงแข่งขันทั้งสิ้น 19 คน ซึ่งมากกว่าการเลือกตั้งปี 2565 ที่มีเพียง 15 คน การแข่งขันส่วนใหญ่จะกระจุกตัวในเขตชั้นในและเขตเศรษฐกิจสำคัญ เช่น ปทุมวัน บางรัก และวัฒนา ขณะที่เขตชานเมืองอย่างคลองสามวาและหนองจอกยังมีอัตราการใช้สิทธิ์ที่ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยทั้งกรุงเทพฯ ที่ 65% ในการเลือกตั้งครั้งก่อน การสำรวจ KPI Poll ยังระบุว่าผู้มีสิทธิเลือกตั้งรุ่นใหม่ (อายุ 18-30 ปี) มีแนวโน้มสูงที่จะออกมาใช้สิทธิ์เพิ่มขึ้นจากครั้งที่แล้วถึง 8% ## ภาพรวมการเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. 2026 สถาบันพระปกเกล้าคาดการณ์ว่าอัตราการมาใช้สิทธิ์เลือกตั้งในครั้งนี้อาจพุ่งสูงถึง 70% ซึ่งสูงกว่าสถิติ 65.2% ในปี 2565 ปัจจัยกระตุ้นสำคัญมาจากความสนใจในนโยบายด้านสิ่งแวดล้อมและระบบคมนาคม ซึ่งเป็นวาระเร่งด่วนของชาวกรุงเทพฯ กลุ่มตัวอย่างกว่า 45% มองว่าผู้สมัครทุกคนควรแสดงวิสัยทัศน์ด้านการแก้ไขปัญหาฝุ่นควันอย่างชัดเจน ปัจจุบัน กทม. ต้องเผชิญกับคดีฟ้องร้องจากภาคประชาชนเรื่องคุณภาพอากาศถึง 2 คดีในศาลปกครอง นายชัชชาติปักธงว่าหากได้กลับมาดำรงตำแหน่ง จะประกาศสงครามกับฝุ่น PM2.5 ด้วยมาตรการ "Free Public Transport Day" สัปดาห์ละสองวัน เพื่อลดการใช้รถยนต์ส่วนตัว การเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. ในวันที่ 21 มิถุนายนนี้ นับเป็นศึกชิงตำแหน่งผู้บริหารเมืองที่มีผู้สมัครมากที่สุดในรอบทศวรรษ แม้ KPI Poll จะชี้ว่าชัชชาติ สิทธิพันธุ์ยังเป็นเต็งหนึ่ง แต่กลุ่มผู้ยังไม่ตัดสินใจและกระแสเลือกตั้งที่เปลี่ยนแปลงทุกวันอาจทำให้เส้นชัยยังมีอะไรพลิกผันได้อีก ความสนใจของประชาชนและการมีส่วนร่วมที่เพิ่มขึ้นสะท้อนถึงความตื่นตัวทางการเมืองระดับท้องถิ่น ซึ่งจะเป็นบทพิสูจน์ว่านโยบายใดจะชนะใจคนกรุงเทพฯ ได้อย่างแท้จริง
บทความที่เกี่ยวข้อง - ganesha fortune pc
ผลสำรวจความคิดเห็นล่าสุดจากสถาบันพระปกเกล้า slot machine 3d ฝากถอน ไม่มีขั้นต่ำ (KPI Poll) เปิดเผยว่า นายชัชชาต�