แอลจี ปฏิเสธขายธุรกิ... ข่าวล่าสุด
ตามรายงานของสำนักข่าวรอยเตอร์ (Reuters) เมื่อวันที่ 29 พฤษภาคม 2569 แอลจี อิเล็กทรอนิกส์ (LG Electronics) ได้ออกแถลงการณ์อย่างเป็นทางการเพื่อปฏิเสธข่าวลือที่ว่า บริษัทกำลังเจรจาขายธุรกิจโทรทัศน์ให้กับไฮเซ่นส์ (Hisense) ยักษ์ใหญ่เครื่องใช้ไฟฟ้าจากจีน โดยแอลจียืนยันว่าธุรกิจทีวียังคงเป็นแกนหลักสำคัญของกลุ่มบริษัท และไม่มีแผนที่จะขายออกไป แม้จะมีรายงานจากสื่อเกาหลีใต้ก่อนหน้านี้ระบุว่า ทั้งสองฝ่ายกำลังหารือเกี่ยวกับการปรับโครงสร้างธุรกิจทีวีก็ตาม
เบื้องหลังข่าวลือ: หน่วยธุรกิจ MS ขาดทุนหนัก
เหตุผลที่ทำให้เกิดข่าวลือเกี่ยวกับการขายธุรกิจทีวีของแอลจี มีที่มาจากความยากลำบากทางการเงินของแผนก MS (Media Solution) ซึ่งรับผิดชอบธุรกิจทีวีโดยตรง ตามรายงานของ BBC แผนก MS ของแอลจีประสบภาวะขาดทุนอย่างรุนแรงในปี 2568 ซึ่งส่งผลกระทบต่อผลกำไรโดยรวมของกลุ่มบริษัท โดยตัวเลขขาดทุนสูงถึง 7.2 แสนล้านวอน (ประมาณ 5.4 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ) ในไตรมาสที่ 4 ของปี 2568 เพียงไตรมาสเดียว
ส่วนแบ่งตลาดหดตัว ท่ามกลางการแข่งขันที่ดุเดือด
นอกจากการขาดทุนแล้ว ส่วนแบ่งตลาดทีวีทั่วโลกของแอลจียังลดลงอย่างน่ากังวล จากข้อมูลของ Omdia แอลจีครองส่วนแบ่งตลาดประมาณ 10% ในปี 2568 ซึ่งยังคงอยู่ในอันดับที่ slot shark ฝากถอน ไม่มีขั้นต่ำ 4 ของโลก แต่เป็นผู้เล่นรายเดียวใน 5 อันดับแรกที่มียอดขายลดลงเมื่อเทียบเป็นรายปี โดยเฉพาะในตลาดทีวี LCD ที่ถูกกดดันจากคู่แข่งจีน เช่น TCL และไฮเซ่นส์ ซึ่งมีส่วนแบ่งรวมกันมากกว่า 30%
| ปัจจัย | สถานการณ์ของแอลจี | ผลกระทบ |
|---|
| --- | --- | --- |
|---|
| ผลประกอบการแผนก MS ปี 2568 | ขาดทุน 7.2 แสนล้านวอน | กดดันผลกำไรกลุ่มบริษัท |
|---|
| ส่วนแบ่งตลาดทีวีโลกปี 2568 | 10% (อันดับ 4) | ลดลงจากปีก่อนหน้า 1.5% |
|---|
| ยอดขายทีวี OLED ปี 2568 | 3.2 ล้านเครื่อง (อันดับ 1) | คิดเป็น 55% ของตลาด OLED โลก |
|---|
| การลงทุนใน OLED รุ่นใหม่ | 2.8 พันล้านดอลลาร์ในปี 2569 | เพื่อเพิ่มกำลังการผลิตแผง OLED ขนาดใหญ่ |
|---|
| คู่แข่งหลักในตลาด LCD | TCL (12%), Hisense (11%) | แย่งชิงส่วนแบ่งตลาดในกลุ่มราคาถูก |
|---|
ทำไมแอลจีไม่ตัดธุรกิจทีวี? กลยุทธ์ OLED ที่แข็งแกร่ง
แม้ธุรกิจทีวีโดยรวมจะขาดทุน แต่แอลจียังคงเป็นผู้นำตลาดทีวี OLED อย่างไม่มีใครท้าทาย โดยครองส่วนแบ่งตลาด OLED ทั่วโลกถึง 55% ในปี 2568 และมียอดขายสูงถึง 3.2 ล้านเครื่อง ตามข้อมูลของ Omdia "ธุรกิจทีวีของแอลจีไม่ใช่แค่เครื่องทำเงิน แต่เป็นหน้าต่างแสดงเทคโนโลยี OLED ที่ล้ำสมัยของเรา" โค มยอง-ซอก (Koo Myung-seok) รองประธานฝ่ายพัฒนาเทคโนโลยีของแอลจี กล่าวในการสัมภาษณ์พิเศษกับสำนักข่าวยอนฮับ (Yonhap) "การขายธุรกิจนี้ออกไปจะเท่ากับการตัดแขนตัดขาของกลุ่มบริษัทในระยะยาว"
อนาคตของแอลจี: ลดต้นทุนและโฟกัสตลาดพรีเมียม
หลังจากปฏิเสธข่าวลือเรื่องการขายธุรกิจอย่างชัดเจน แอลจีมีแนวโน้มจะหันมาใช้กลยุทธ์เชิงรุกเพื่อปรับโครงสร้างธุรกิจทีวี โดยมุ่งเน้นการลดต้นทุนการผลิตและการขยายตลาดทีวีระดับพรีเมียม finn slot ฝากถอน ไม่มีขั้นต่ำ โดยเฉพาะทีวี OLED ขนาดใหญ่และเทคโนโลยี QNED Mini LED แหล่งข่าวจาก Bloomberg รายงานว่าแอลจีกำลังเจรจากับซัพพลายเออร์รายใหญ่เพื่อลดราคาวัตถุดิบลงอีก 15-20% ในปี 2569 ซึ่งจะช่วยลดต้นทุนการผลิตลงได้ถึง 1.2 หมื่นล้านวอนต่อปี
การปรับโครงสร้างและการปิดโรงงานบางแห่ง
เพื่อลดภาระต้นทุนคงที่ แอลจีกำลังพิจารณาปิดโรงงานผลิตทีวีในประเทศที่มีต้นทุนแรงงานสูง เช่น โรงงานในเม็กซิโกที่เปิดดำเนินการมาตั้งแต่ปี 2553 และย้ายฐานการผลิตไปยังเวียดนามและอินโดนีเซีย "เราจำเป็นต้องปรับโครงสร้างการดำเนินงานอย่างจริงจังเพื่อยกระดับความสามารถในการแข่งขัน" ชเว จอง-อู (Choi Jung-woo) ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการของแอลจี กล่าวในงานแถลงข่าวที่กรุงโซลเมื่อวันที่ 30 พฤษภาคม 2569 "การปิดโรงงานที่ไม่ทำกำไรและการลงทุนในเทคโนโลยีใหม่เป็นสิ่งสำคัญต่อการอยู่รอดของธุรกิจ"
Q1: แอลจีจะขายธุรกิจทีวีให้ไฮเซ่นส์จริงหรือไม่?
A1: แอลจีปฏิเสธอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 29 พฤษภาคม 2569 ว่าไม่มีแผนขายธุรกิจทีวีให้กับไฮเซ่นส์หรือบริษัทอื่นใด โดยระบุว่าข่าวก่อนหน้านี้ของสื่อเกาหลีใต้นั้นไม่ถูกต้องและทำให้เข้าใจผิด แม้ธุรกิจทีวีของแอลจีจะขาดทุนในช่วงที่ผ่านมา แต่บริษัทยังคงมองว่าธุรกิจนี้เป็นแกนหลักทางเทคโนโลยีและการตลาดที่สำคัญ
Q2: ปัจจัยใดที่ทำให้แอลจีตัดสินใจไม่ขายธุรกิจทีวี?
A2: ปัจจัยหลักมาจากความสามารถในการแข่งขันด้านเทคโนโลยี OLED ที่แอลจียังคงเป็นผู้นำตลาดโลก โดยครองส่วนแบ่งมากกว่า 55% การขายธุรกิจทีวีจะส่งผลเสียต่อภาพลักษณ์ของแบรนด์และการพัฒนาเทคโนโลยีในระยะยาว atlantis slot ฝากถอน ไม่มีขั้นต่ำ นอกจากนี้ ต้นทุนการปรับโครงสร้างเพื่อให้ธุรกิจกลับมามีกำไรยังต่ำกว่ามูลค่าทางยุทธศาสตร์ที่ธุรกิจนี้มอบให้กับกลุ่มบริษัท
ความท้าทายและโอกาสในอนาคต
แม้แอลจีจะยืนยันไม่ขายธุรกิจทีวี แต่เส้นทางข้างหน้าก็ยังเต็มไปด้วยความท้าทาย โดยเฉพาะการแข่งขันที่รุนแรงจากคู่แข่งจีนในตลาด LCD และความต้องการทีวี OLED ที่อาจชะลอตัวในบางภูมิภาค อย่างไรก็ตาม ด้วยการปรับโครงสร้างต้นทุนและการมุ่งเน้นตลาดพรีเมียม แอลจีอาจกลับมาสร้างกำไรจากธุรกิจทีวีได้ภายในปี 2570 ซึ่งจะเป็นบทพิสูจน์สำคัญสำหรับกลยุทธ์ของบริษัทต่อไป

บทความที่เกี่ยวข้อง - joker234 เว็บตรง ไม่ผ่านเอเย่นต์
แอลจี อิเล็กทรอนิกส์ ปฏิเสธข่าวลือขายธุรกิจทีวีให้ไฮเซ่นส์ หลังแผนก MS ขาดทุนหนัก ย้ำธุรกิจแสดงผล OLED ยังเป็นเสาหลักของบริษัท เตรียมปรับโครงสร้างต้นทุนและโฟกัส