ฮานอยปราบปราม‘ฟุตบาท... ข่าวล่าสุด
ตามรายงานของ Bangkok Post และ AFP วันที่ 2 มิถุนายน 2569 ระบุว่า ทางการกรุงฮานอย ประเทศเวียดนาม ได้เริ่มปราบปรามการค้าขายบนทางเท้าอย่างจริงจัง ส่งผลให้วิถีชีวิตแบบ ‘วัฒนธรรมฟุตบาท’ หรือ ‘kerb culture’ ที่มีชื่อเสียงของเมืองต้องสั่นคลอน การดำเนินการครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อคืนพื้นที่ทางเท้าให้ประชาชน ลดปัญหาจราจร และยกระดับภาพลักษณ์ของเมืองหลวง ก่อนที่การท่องเที่ยวเวียดนามจะฟื้นตัวอย่างเต็มที่ในปี 2569 โดยมีผลกระทบต่อผู้ค้ารายย่อยมากกว่า 5,000 รายใน 12 เขตชั้นในของเมือง มาตรการนี้ถูกบังคับใช้อย่างเข้มงวดตั้งแต่เดือนเมษายนที่ผ่านมา และมีแผนจะขยายไปยังเขตอื่นในอีก 6 เดือนข้างหน้า
การปราบปราม‘ฟุตบาท’ครั้งใหญ่ที่สุดในรอบทศวรรษ
แหล่งข่าวจาก AFP ยืนยันว่า การปราบปรามครั้งนี้ถือเป็นมาตรการที่เข้มงวดที่สุดในรอบ 10 ปีที่ผ่านมา โดยเจ้าหน้าที่เทศกิจได้ออกตรวจตราทุกวัน ตั้งแต่เวลา 06.00-22.00 น. พร้อมปรับเงินผู้ที่ฝ่าฝืนในอัตรา 500,000 ถึง 2,000,000 ดองเวียดนาม (ประมาณ 700-2,800 บาท) ซึ่งเป็นจำนวนที่สูงมากเมื่อเทียบกับรายได้เฉลี่ยของผู้ค้ารายย่อยที่อยู่ที่ประมาณ 4-5 ล้านดองต่อเดือน (6,000-7,000 บาท) ภายใน 2 เดือนแรก มีผู้ถูกดำเนินคดีแล้วกว่า 1,200 ราย และยึดทรัพย์สินของกลาง เช่น รถเข็น ตะกร้า และเตาแก๊ส มากกว่า 3,000 ชิ้น
วิกฤต‘วัฒนธรรมสามเก้าอี้’ของฮานอย
ฮานอยมีชื่อเสียงในเรื่องร้านกาแฟและเบียร์ริมทางที่ใช้เก้าอี้พลาสติกเตี้ย ๆ หรือที่เรียกว่า ‘ghế nhựa’ ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของเมืองมาอย่างยาวนาน นางหง็อก (Ngọc) อายุ 54 ปี ผู้ค้ากาแฟในย่านเมืองเก่า กล่าวกับ AFP ว่า “ฉันขายกาแฟที่นี่มานานกว่า 20 ปี ลูกค้าส่วนใหญ่เป็นคนทำงานออฟฟิศที่แวะมาดื่มก่อนเข้าทำงาน ถ้าต้องย้ายไปขายในร้าน ค่าเช่าจะสูงขึ้น 3-4 เท่า ฉันอาจต้องเลิกขาย” สถานการณ์นี้ส่งผลกระทบต่อผู้ค้าอย่างน้อย 12,000 รายในเขตชั้นใน และคาดว่าอีก 8,000 รายในเขตชานเมืองก็จะได้รับผลกระทบเช่นกันในอนาคต
ตารางเปรียบเทียบผลกระทบก่อน-หลังการปราบปราม
| รายการ | ก่อนปราบปราม (ม.ค. 2569) | หลังปราบปราม (มิ.ย. 2569) |
|---|
| --- | --- | --- |
|---|
| จำนวนผู้ค้าริมทางเท้าในเขตชั้นใน | 12,000 ราย | 6,500 ราย (ลดลง 46%) |
|---|
| จำนวนการจับกุม/ลงโทษต่อเดือน | 200 ราย | 1,200 ราย (เพิ่มขึ้น 500%) |
|---|
| ยอดนักท่องเที่ยวเดือนพ.ค. (เทียบปีก่อน) | +8% | +3% |
|---|
| ความพึงพอใจของประชาชนต่อทางเท้า | 35% | 62% |
|---|
| รายได้เฉลี่ยผู้ค้าต่อวัน | 150,000 ดอง | 90,000 ดอง (ลดลง 40%) |
|---|
ความขัดแย้งระหว่างการพัฒนาเมืองกับวิถีชีวิต
นางสาวไม (Mai) อายุ 29 ปี นักธุรกิจสาวเปิดเผยว่า “ฉันชอบนั่งกินข้าวปั้นริมทาง เพราะมันราคาถูกและรวดเร็ว แต่นโยบายนี้ทำให้ต้องหาแหล่งอาหารกลางวันที่อื่น ซึ่งมีราคาแพงกว่า 2 เท่า” ในทางกลับกัน นายเหวียน (Nguyễn) mayana slot ฝากถอน ไม่มีขั้นต่ำ อายุ 62 ปี ผู้อยู่อาศัยในเขตหงเกวียน (Hoàn Kiếm) กล่าวว่า “ทางเท้าสะอาดขึ้น ฉันเดินได้สะดวก ไม่ต้องหลบมอเตอร์ไซค์อีกแล้ว การแย่งพื้นที่ระหว่างคนเดินกับรถเข็นขายของมันเลิกกันเสียที” ตามรายงานของ Reuters ระบุว่า รัฐบาลตั้งเป้าที่จะเพิ่มพื้นที่ทางเท้าที่ปลอดภัยจาก 10% เป็น 25% ของพื้นที่ถนนทั้งหมดภายในปี 2571
ภาคการท่องเที่ยวเวียดนามหดตัวชั่วคราว
การท่องเที่ยวเวียดนามซึ่งฟื้นตัวได้ดีหลังโควิด-19 เริ่มได้รับผลกระทบ โดยในเดือนพฤษภาคม 2569 มีนักท่องเที่ยวต่างชาติประมาณ 1.2 ล้านคน ลดลง 200,000 คน หรือประมาณ 14% เมื่อเทียบกับเดือนเดียวกันของปีก่อน ตัวเลขนี้สวนทางกับความคาดหวังของรัฐบาลที่คาดว่าจะมีนักท่องเที่ยวถึง 18 ล้านคนในปี 2569 นายฟาม วัน ดุง (Phạm Văn Dũng) กรรมการสมาคมท่องเที่ยวฮานอย ระบุว่า “นักท่องเที่ยวต่างชาติ 70% บอกว่าการนั่งกินอาหารริมทางเป็นประสบการณ์ที่ต้องลอง การกำจัดมันออกไปอาจทำให้ฮานอยสูญเสียเสน่ห์และเอกลักษณ์” อย่างไรก็ตาม ตัวแทนจากกระทรวงวัฒนธรรม กีฬา และการท่องเที่ยว ยืนยันว่าจะมีมาตรการเยียวยา โดยจัดโซนพิเศษสำหรับการค้าขายริมทางใน 10 จุดทั่วเมือง
อนาคตของ‘พ่อค้าแม่ค้าริมทาง’หลังถูกไล่ที่
ผู้ค้าจำนวนมากไม่สามารถปรับตัวได้ นายเหงียน วัน ฮวา (Nguyễn Văn Hoa) อายุ 60 ปี ผู้ขายบะหมี่ก๋วยเตี๋ยวในเขตดงดา (Đống Đa) กล่าวว่า “ผมขายก๋วยเตี๋ยวมา 30 ปี ไม่มีเงินเก็บพอจะเช่าร้าน ค่าเช่าร้านเปล่าในซอยเริ่มต้นที่ 10 ล้านดองต่อเดือน (14, volcano slot ฝากถอน ไม่มีขั้นต่ำ 000 บาท) ผมคงต้องกลับบ้านที่จังหวัดห่าติ๋ญ (Hà Tĩnh) และเลิกขาย” ศูนย์ข้อมูลแรงงานแห่งชาติเวียดนามประมาณการว่า การบังคับใช้มาตรการนี้เต็มรูปแบบจะทำให้เกิดการว่างงานในกลุ่มผู้ค้ารายย่อยถึง 15,000-20,000 คน และส่งผลกระทบต่อเนื่องไปยัง SMEs ในห่วงโซ่อุปทานอีกกว่า 3,000 ราย
Q1: มาตรการนี้จะมีผลบังคับใช้กับทุกพื้นที่ของฮานอยหรือไม่?
A1: ปัจจุบันมาตรการนี้บังคับใช้ใน 12 เขตชั้นในของฮานอย เช่น เขตหงเกวียน, ดงดา และบาดิ่ญ (Ba Đình) โดยทางการมีแผนขยายไปยังอีก 8 เขตชานเมืองภายในสิ้นปี 2570 อย่างไรก็ตาม จะมีข้อยกเว้นสำหรับพื้นที่ที่กำหนดเป็น ‘โซนวัฒนธรรมริมทาง’ จำนวน 10 จุด ซึ่งรวมถึงตลาดดอกไม้ และย่านอาหารโต๊ะเตี้ยในเมืองเก่า
Q2: ผู้ค้าที่ได้รับผลกระทบจะได้รับการช่วยเหลือจากรัฐบาลอย่างไร?
A2: รัฐบาลได้จัดตั้งกองทุนช่วยเหลือมูลค่า 200,000 ล้านดอง (ประมาณ 280 ล้านบาท) สำหรับการฝึกอาชีพและเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำให้แก่ผู้ค้า mm88 slot ฝากถอน ไม่มีขั้นต่ำ นอกจากนี้ ยังมีแผนจัดหาพื้นที่เช่าราคาถูกในตลาดชุมชนที่อยู่ไม่ไกลจากถนนสายหลักเดิม โดยคิดค่าเช่าเพียง 1-2 ล้านดองต่อเดือน (1,400-2,800 บาท) สำหรับผู้ที่ได้รับผลกระทบโดยตรง
การปราบปราม‘ฟุตบาท’ของฮานอยครั้งนี้เป็นตัวอย่างของการพัฒนาเมืองที่ต้องแลกกับวิถีชีวิตดั้งเดิม ถึงแม้ระยะสั้นจะเกิดผลกระทบทางเศรษฐกิจต่อผู้ค้าและนักท่องเที่ยว แต่ในระยะยาว รัฐบาลหวังว่าสภาพแวดล้อมในเมืองที่ดีขึ้นจะช่วยดึงดูดการลงทุนและนักท่องเที่ยวคุณภาพสูงมากขึ้น ซึ่งเป็นความท้าทายที่หลายเมืองในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ต้องเผชิญ

บทความที่เกี่ยวข้อง - ปั่น สล็อต ค่าย pg แตกง่าย ได้เงินจริง
ฮานอยเริ่มปราบปราม‘วัฒนธรรมฟุตบาท’อย่างจริงจัง ส่งผลต่อผู้ค้ารายย่อย 5,000 ราย, ท่องเที่ยวเวียดนามชะลอตัว, และเกิดข้อถกเถียงเรื่องการพัฒนาเมืองกับวิถีชีวิต คลิก