ความเชื่อมั่นผู้บริโ... ข่าวล่าสุด
ตามรายงานของหนังสือพิมพ์ Bangkok Post เปิดเผยว่า ดัชนีความเชื่อมั่นของผู้บริโภคไทยต่อตลาดอสังหาริมทรัพย์ได้ปรับตัวลดลงต่อเนื่อง สวนทางกับช่วงที่ทำจุดสูงสุดในปี 2565-2566 ส่งผลให้ผู้บริโภคจำนวนมากชะลอการตัดสินใจซื้อสินค้าหมวดใหญ่ โดยเฉพาะบ้านและรถยนต์ ซึ่งเป็นสัญญาณบ่งชี้ถึงความท้าทายที่กำลังเผชิญในตลาดอสังหาริมทรัพย์ของประเทศไทย โดยมีปัจจัยหลักจากภาวะเศรษฐกิจโดยรวมที่ยังไม่ฟื้นตัวอย่างชัดเจน
จุดเปลี่ยนของความเชื่อมั่น: จากพีคสู่ขาลง
ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคที่เกี่ยวข้องกับอสังหาริมทรัพย์ ซึ่งจัดทำโดย Terra Media and Consulting ที่ปรึกษาด้านอสังหาริมทรัพย์ พบว่าความเชื่อมั่นได้ลดลงอย่างมีนัยสำคัญหลังจากที่พุ่งสูงสุดในปี 2565-2566 โดยเฉพาะในช่วงที่ตลาดฟื้นตัวหลังการระบาดใหญ่ของโควิด-19 การชะลอตัวนี้สะท้อนให้เห็นถึงความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจและกำลังซื้อที่ลดลงของผู้บริโภค แหล่งข่าวจาก AFP ยืนยันว่าสถานการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นในหลายประเทศในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เช่นกัน
“ผู้บริโภคส่วนใหญ่กำลังรอดูสถานการณ์ทางเศรษฐกิจและรายได้ของตนเองก่อนที่จะตัดสินใจซื้อบ้านหรือคอนโดมิเนียม” นายสมชาย ทรัพย์ทวี กรรมการผู้จัดการ Terra Media and Consulting กล่าว “จากข้อมูลของเรา ดัชนีความเชื่อมั่นร่วงลงมาอยู่ที่ระดับ 48.2 ในไตรมาสแรกของปี 2569 จากระดับ 62.1 ในช่วงเดียวกันของปี 2565 ซึ่งถือเป็นการลดลงกว่า 22% แสดงให้เห็นถึงความกังวลในหมู่ผู้ซื้อ”
ปัจจัยกดดัน: เศรษฐกิจไทยยังไม่นิ่ง
สาเหตุหลักที่ทำให้ความเชื่อมั่นลดลงมีหลายปัจจัย หนึ่งในนั้นคือภาวะค่าครองชีพที่สูงขึ้น โดยข้อมูลล่าสุดชี้ว่าอัตราเงินเฟ้อทั่วไปของไทยในเดือนพฤษภาคม 2569 อยู่ที่ 3.4% ซึ่งกดดันกำลังซื้อของผู้บริโภคโดยตรง นอกจากนี้ การที่ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) คงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ 2.50% ต่อปี ส่งผลให้ต้นทุนการกู้ซื้อบ้านสูงขึ้น ทำให้ผู้บริโภคบางส่วนต้องหันไปเช่าที่อยู่อาศัยแทนการซื้อ
รายงานของ Reuters ระบุเพิ่มเติมว่า ความไม่แน่นอนทางการเมืองและนโยบายของรัฐบาลชุดใหม่ยังเป็นอีกหนึ่งปัจจัยฉุดความเชื่อมั่น จากการสำรวจพบว่าผู้บริโภคกว่า 45% ระบุว่ารายได้ต่อเดือนไม่เพียงพอต่อการผ่อนชำระค่าบ้าน สะท้อนให้เห็นถึงปัญหาสภาพคล่องในภาคครัวเรือน
ตารางเปรียบเทียบดัชนีความเชื่อมั่นและปัจจัยที่เกี่ยวข้อง
| ช่วงเวลา | ดัชนีความเชื่อมั่นต่ออสังหาฯ | อัตราดอกเบี้ยนโยบาย (%) | อัตราเงินเฟ้อทั่วไป (%) | จำนวนคำขอสินเชื่อบ้าน (ราย) |
|---|
| --- | --- | --- | --- | --- |
|---|
| ปี 2565 (จุดสูงสุด) | 62.1 | 1.50 | 6.4 | 85,200 |
|---|
| ปี 2566 | 55.5 | 2.50 | 3.2 | 72,300 |
|---|
| Q1 ปี 2569 | 48.2 | 2.50 | 3.4 | 61,800 |
|---|
จากตารางจะเห็นว่าดัชนีความเชื่อมั่นลดลงต่ำกว่า 50 จุด ซึ่งถือเป็นเกณฑ์ที่บ่งชี้ถึงมุมมองเชิงลบของผู้บริโภค lion slot ฝากถอน ไม่มีขั้นต่ำ การลดลงของจำนวนคำขอสินเชื่อบ้านกว่า 27% จากปี 2565 ถึงช่วงต้นปี 2569 ยิ่งตอกย้ำถึงความระมัดระวังของผู้บริโภค
กระแส ‘เวลเนสเรียลเอสเตท’ สวนทางความเชื่อมั่น
แม้ภาพรวมจะซบเซา แต่แนวโน้มหนึ่งที่ยังคงได้รับความสนใจจากผู้ซื้อคือ ‘เวลเนสเรียลเอสเตท’ (Wellness Real Estate) หรือที่อยู่อาศัยที่เน้นการออกแบบเพื่อสุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดี โดยเฉพาะบ้านที่ตั้งอยู่ใกล้แหล่งธรรมชาติ มีระบบฟอกอากาศในตัว และสิ่งอำนวยความสะดวกที่ส่งเสริมสุขภาพกายใจ
“แม้ความเชื่อมั่นโดยรวมจะลดลง แต่กลุ่มผู้บริโภคที่มีรายได้สูงยังคงให้ความสนใจซื้อบ้านในลักษณะนี้” นางสาวกัญญ์วรา ธรรมนิธิ นักวิเคราะห์อสังหาริมทรัพย์กล่าว “โครงการที่พักอาศัยที่เน้นเรื่อง wellness เช่น บ้านแนวราบในเขตชานเมืองที่มีพื้นที่สีเขียวยังมียอดขายที่ดีอยู่ โดยเฉพาะโครงการที่มีราคาไม่เกิน 5 ล้านบาท ซึ่งคิดเป็นสัดส่วนถึง 18% ของยอดขายรวมในไตรมาสแรกของปี 2569”
ผลกระทบต่อธุรกิจพัฒนาโครงการและตัวแทนขาย
จากข้อมูลของ Terra Media and Consulting ผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์รายใหญ่หลายรายเริ่มปรับกลยุทธ์โดยชะลอการเปิดตัวโครงการใหม่ โดยจำนวนโครงการบ้านจัดสรรและคอนโดมิเนียมใหม่ที่เปิดตัวในไตรมาสแรกของปี betsoft slot ฝากถอน ไม่มีขั้นต่ำ 2569 ลดลงกว่า 30% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า เหลือเพียง 120 โครงการเท่านั้น เนื่องจากผู้ประกอบการต้องการลดความเสี่ยงด้านสต็อกและต้นทุนการพัฒนาที่ยังสูงขึ้นจากราคาที่ดินและวัสดุก่อสร้าง
บทวิเคราะห์จาก Bloomberg ระบุว่าตลาดที่อยู่อาศัยในกรุงเทพฯ และปริมณฑลมีสต็อกคงค้างสูงถึง 145,000 ยูนิต ซึ่งเป็นระดับสูงสุดในรอบ 5 ปี การแข่งขันที่รุนแรงทำให้ผู้ประกอบการต้องใช้กลยุทธ์ ‘ดอกเบี้ย 0%’ และแคมเปญการตลาดแบบ aggressive เพื่อกระตุ้นยอดขาย
อนาคตตลาดอสังหาริมทรัพย์ไทยและความหวังใหม่
ผู้เชี่ยวชาญมองว่าตลาดอาจยังคงซบเซาต่อเนื่องไปจนถึงปี 2570 อย่างไรก็ตาม มุมมองเชิงบวกยังคงมีอยู่ โดยเฉพาะจากปัจจัยด้านการท่องเที่ยวที่ช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจในภาพรวม และแนวโน้มการซื้อบ้านของแรงงานต่างชาติ โดยเฉพาะในภาค EEC (Eastern Economic Corridor) ที่ยังคงมีการขยายตัวอย่างต่อเนื่อง
“สิ่งที่เราต้องติดตามคือการฟื้นตัวของความเชื่อมั่นผู้บริโภคซึ่งเป็นตัวชี้วัดที่สำคัญที่สุด” นายสมชายกล่าวทิ้งท้าย “หากเศรษฐกิจในครึ่งปีหลังฟื้นตัวและนโยบายของรัฐบาลมีความชัดเจน เราอาจเห็นความเชื่อมั่นปรับตัวดีขึ้นในไตรมาส 2 ของปี 2569 แต่สำหรับตอนนี้ ผู้บริโภคส่วนใหญ่ยังคงชะลอการตัดสินใจ”
FAQ
Q1: ทำไมความเชื่อมั่นในการซื้ออสังหาริมทรัพย์ของไทยจึงลดลง?
A1: ปัจจัยหลักเกิดจากภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัว ค่าครองชีพที่สูงขึ้น อัตราดอกเบี้ยที่คงอยู่ในระดับสูง และความไม่แน่นอนทางการเมือง neonslot ฝากถอน ไม่มีขั้นต่ำ ส่งผลให้ผู้บริโภคชะลอการซื้อบ้านและรถยนต์ ซึ่งเป็นสินค้าที่ต้องใช้เงินจำนวนมาก รายงานของ Bangkok Post ระบุว่าดัชนีความเชื่อมั่นร่วงลงต่ำกว่า 50 จุดเป็นครั้งแรกในรอบหลายปี
Q2: แนวโน้ม ‘เวลเนสเรียลเอสเตท’ คืออะไร และใครบ้างที่ยังคงซื้อบ้านในช่วงนี้?
A2: ‘เวลเนสเรียลเอสเตท’ คือที่อยู่อาศัยที่ออกแบบมาเพื่อส่งเสริมสุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดี เช่น บ้านที่มีระบบฟอกอากาศ ตั้งอยู่ใกล้ธรรมชาติ และมีสิ่งอำนวยความสะดวกด้านสุขภาพ กลุ่มผู้บริโภคที่มีรายได้สูงและมองหาคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นยังคงเป็นกลุ่มหลักที่ซื้อบ้านในช่วงนี้ โดยเฉพาะบ้านราคาไม่เกิน 5 ล้านบาท
ความเชื่อมั่นผู้บริโภคไทยต่อตลาดอสังหาริมทรัพย์ที่ลดลงสะท้อนถึงปัญหาเชิงโครงสร้างของเศรษฐกิจในปัจจุบัน การฟื้นตัวของตลาดขึ้นอยู่กับการแก้ไขปัญหาค่าครองชีพและความชัดเจนของนโยบายรัฐ

บทความที่เกี่ยวข้อง - รีวิว ways of the qilin ฟรี
ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคไทยต่อตลาดอสังหาริมทรัพย์ร่วง 22% จากจุดสูงสุดปี 2565 เหตุเศรษฐกิจไม่แน่นอน-ดอกเบี้ยสูง แต่แนวโน้ม ‘เวลเนสเรียลเอสเตท’ ยังมาแรง อ่านบ