ทองคำแซงหน้าพันธบัตรสหรัฐฯ สินทรัพย์สำรองอันดับหนึ่ง จีนซื้อมากสุด

ทองคำแซงหน้าพันธบัตรสหรัฐฯ สินทรัพย์สำรองอันดับหนึ่ง จีนซื้อมากสุด

ทองคำแซงหน้าพันธบัตร... ข่าวล่าสุด

ตามรายงานของธนาคารกลางยุโรป (ECB) ที่เผยแพร่เมื่อวันที่ 5 มิถุนายน 2569 ระบุว่า ทองคำได้แซงหน้าพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ (US Treasuries) กลายเป็นสินทรัพย์สำรองระหว่างประเทศที่มีมูลค่าสูงที่สุดในโลก โดยจีนเป็นหนึ่งในผู้ซื้อทองคำรายใหญ่ที่สุดของโลก ท่ามกลางการปรับเปลี่ยนพอร์ตการถือครองสินทรัพย์สำรองของธนาคารกลางหลายแห่ง ซึ่งหันมาให้ความสำคัญกับทองคำมากขึ้น เนื่องจากมูลค่าที่เพิ่มสูงขึ้นและบทบาทในการเป็นเครื่องป้องกันความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์

จุดเปลี่ยนครั้งสำคัญของสินทรัพย์สำรองโลก

รายงานของ ECB ซึ่งได้รับการยืนยันจากแหล่งข่าวของ AFP ระบุว่า มูลค่ารวมของทองคำในคลังสำรองของธนาคารกลางทั่วโลกได้พุ่งสูงขึ้น超越 มูลค่าของพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ ที่ถือครองอยู่เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้สะท้อนให้เห็นถึงการปรับเปลี่ยนครั้งใหญ่ของระบบการเงินโลก โดยธนาคารกลางหลายแห่ง โดยเฉพาะในกลุ่มประเทศเศรษฐกิจเกิดใหม่ กำลังลดการพึ่งพาสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐฯ และมองหาสินทรัพย์ที่ปลอดภัยและมีความมั่นคงมากกว่า

ECB ระบุว่า ณ สิ้นปี 2568 มูลค่าทองคำสำรองของธนาคารกลางทั่วโลกมีจำนวน 3.5 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐฯ แซงหน้ามูลค่าพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ ที่ถือครองอยู่ที่ 3.2 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ตัวเลขดังกล่าวคำนวณจากราคาทองคำในตลาดโลกที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยราคาทองคำได้ทะลุระดับ 3,000 ดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อออนซ์เป็นครั้งแรกในเดือนเมษายน 2569

จีนและประเทศเศรษฐกิจเกิดใหม่นำทัพซื้อทองคำ

ธนาคารประชาชนจีน (PBOC) เป็นหนึ่งในผู้ซื้อทองคำรายใหญ่ที่สุด โดยได้เพิ่มปริมาณทองคำสำรองอย่างต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 18 ติดต่อกัน ตามรายงานของ Reuters จีนได้ซื้อทองคำเพิ่มสุทธิ 120 ตันในช่วง 12 เดือนที่ผ่านมา ทำให้ปริมาณทองคำสำรองรวมอยู่ที่ 2,350 ตัน คิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 6.5 ของทุนสำรองระหว่างประเทศทั้งหมดของจีน

นอกเหนือจากจีนแล้ว ประเทศอื่นๆ เช่น โปแลนด์ สิงคโปร์ อินเดีย และตุรกี ก็เป็นผู้ซื้อทองคำรายใหญ่เช่นกัน โดยแหล่งข่าวจาก Bloomberg ยืนยันว่า ธนาคารกลางของประเทศเหล่านี้มองว่าทองคำเป็นสินทรัพย์ที่ช่วยลดความเสี่ยงจากความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์และการคว่ำบาตรทางการเงิน

ประเทศปริมาณทองคำสำรอง (ตัน)สัดส่วนในทุนสำรอง (%)การเปลี่ยนแปลงในช่วง 12 เดือน (ตัน)
------------
จีน2,3506.5+120
โปแลนด์42018.0+80
สิงคโปร์2307.2+40
อินเดีย83014.5+30
ตุรกี62035.0+20

เหตุผลเบื้องหลังการเปลี่ยนผ่าน

ผู้ว่าการธนาคารกลางแห่งหนึ่งในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ซึ่งไม่ประสงค์ออกนาม เปิดเผยว่า "การถือครองทองคำสำรองไม่ใช่เพียงแค่เรื่องของผลตอบแทนทางการเงินอีกต่อไป leo slot ฝากถอน ไม่มีขั้นต่ำ แต่เป็นเรื่องของความมั่นคงทางเศรษฐกิจและการเมือง เรากำลังเห็นถึงความเสี่ยงที่สูงขึ้นจากการพึ่งพาสินทรัพย์ที่เป็นสกุลเงินเดียว"

ECB ระบุในรายงานว่า ปัจจัยสำคัญที่ผลักดันให้เกิดการเปลี่ยนแปลงนี้ ได้แก่ การคว่ำบาตรทางการเงินที่สหรัฐฯ และชาติตะวันตกใช้กับรัสเซียหลังการรุกรานยูเครน ซึ่งทำให้ธนาคารกลางหลายแห่งตระหนักถึงความเสี่ยงของการถือครองสินทรัพย์ที่อาจถูกอายัดได้ นอกจากนี้ ความกังวลเกี่ยวกับหนี้สาธารณะของสหรัฐฯ ที่เพิ่มสูงขึ้นถึง 35 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ก็เป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญ

ผลกระทบต่อตลาดพันธบัตรสหรัฐฯ

การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ส่งผลกระทบต่อตลาดพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ อย่างมีนัยสำคัญ ตามรายงานของ Reuters อัตราผลตอบแทนพันธบัตรอายุ 10 ปีของสหรัฐฯ ปรับตัวเพิ่มขึ้น 15 basis points แตะที่ระดับร้อยละ 4.45 ในวันที่ 4 มิถุนายน หลังรายงานของ ECB เผยแพร่

นักวิเคราะห์จาก Goldman Sachs กล่าวว่า "การที่ธนาคารกลางทั่วโลกหันมาถือทองคำแทนพันธบัตรสหรัฐฯ เป็นสัญญาณที่ชัดเจนว่าโลกกำลังเปลี่ยนผ่านไปสู่ระบบการเงินแบบหลายขั้วอำนาจ" playboy888 slot ฝากถอน ไม่มีขั้นต่ำ อย่างไรก็ตาม ตลาดพันธบัตรสหรัฐฯ ยังคงเป็นตลาดที่มีสภาพคล่องสูงที่สุดในโลก และการเปลี่ยนแปลงนี้จะเกิดขึ้นอย่างค่อยเป็นค่อยไป

แนวโน้มการลงทุนในทองคำ

ราคาทองคำในตลาดโลกปรับตัวเพิ่มขึ้นร้อยละ 25 ในปี 2569 โดยได้รับแรงหนุนจากอุปสงค์ของธนาคารกลางและนักลงทุนรายย่อยที่มองหาสินทรัพย์ปลอดภัยจากความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจ

นาย John Reade นักวิเคราะห์อาวุโสจาก World Gold Council กล่าวว่า "เราคาดว่าธนาคารกลางจะซื้อทองคำต่อเนื่องระหว่าง 800 ถึง 1,000 ตันต่อปีในอีก 2-3 ปีข้างหน้า ซึ่งจะช่วยหนุนราคาทองคำให้อยู่ในระดับสูง"

ในขณะเดียวกัน นาย Jerome Powell ประธานธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) เปิดเผยว่า "เฟดกำลังติดตามสถานการณ์นี้อย่างใกล้ชิด แต่เรายังไม่เห็นผลกระทบเชิงลบต่อความสามารถของสหรัฐฯ ในการกู้ยืมเงิน และเราเชื่อว่าพันธบัตรสหรัฐฯ ยังคงเป็นสินทรัพย์ที่มีความปลอดภัยสูง"

Q1: ทำไมธนาคารกลางทั่วโลกถึงหันมาซื้อทองคำมากขึ้น?

A1: สาเหตุหลักมาจากความต้องการลดความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์และการพึ่งพาดอลลาร์สหรัฐฯ การคว่ำบาตรรัสเซียทำให้หลายประเทศตระหนักถึงความเสี่ยงของการถือสินทรัพย์ที่อาจถูกอายัด payslot ฝากถอน ไม่มีขั้นต่ำ นอกจากนี้ ราคาทองคำที่ปรับตัวสูงขึ้นและความกังวลเกี่ยวกับหนี้สาธารณะของสหรัฐฯ ก็เป็นปัจจัยสำคัญที่ผลักดันให้ธนาคารกลางหันมาสะสมทองคำมากขึ้น

Q2: การที่ทองคำแซงหน้าพันธบัตรสหรัฐฯ ส่งผลต่อนักลงทุนรายย่อยอย่างไร?

A2: แนวโน้มนี้เป็นสัญญาณบวกสำหรับราคาทองคำในระยะกลางถึงยาว เนื่องจากอุปสงค์จากธนาคารกลางที่แข็งแกร่งจะช่วยพยุงราคา แต่นักลงทุนควรพิจารณาความผันผวนของราคาในระยะสั้นและกระจายความเสี่ยงในการลงทุน เนื่องจากทิศทางของทองคำขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายอย่าง เช่น อัตราดอกเบี้ยของสหรัฐฯ และค่าเงินดอลลาร์

การที่ทองคำกลายเป็นสินทรัพย์สำรองอันดับหนึ่งของโลก สะท้อนให้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญในระบบการเงินโลกที่กำลังเคลื่อนตัวสู่การกระจายความเสี่ยงและการลดการพึ่งพาสินทรัพย์สกุลเงินเดียว ซึ่งอาจส่งผลต่อทิศทางการลงทุนทองคำในระยะยาว

เล่น caishen wins ฟรี

บทความที่เกี่ยวข้อง - gemstones gold 365

ECB เผยทองคำแซงหน้าพันธบัตรสหรัฐฯ กลายเป็นสินทรัพย์สำรองโลกมูลค่าสูงสุด จีนเป็นผู้ซื้อทองคำรายใหญ่ที่สุด ท่ามกลางความกังวลทางภูมิรัฐศาสตร์ การเปลี่ยนแปลงครั้งให

แท็กที่เกี่ยวข้อง:

แนะนำ

友链:

🔗 友站推荐

เรื่องน่ารู้
บล็อกบันเทิง
สล็อตทดลองเล่น
ชีวิตดิจิทัล
รีวิวสล็อต PG
บล็อกไลฟ์สไตล์
เกมสล็อตออนไลน์
yuanjeou.com
เซอร์วิส ออนไลน์
โซลูชัน ดิจิทัล