คปภ. เปิดแผนรับมือภั... ข่าวล่าสุด
ตามรายงานของ Bangkok Post เมื่อวันที่ 8 มิถุนายน 2569 สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) เปิดเผยแผนยกระดับการบริหารความเสี่ยงจากภัยพิบัติของประเทศไทย ผ่านการจัดทำคู่มือปฏิบัติการระดับชาติ และการจัดตั้งกองทุนประกันภัยพิบัติ เพื่อลดผลกระทบทางเศรษฐกิจจากมหันตภัยในอนาคต โดยมีเป้าหมายเพื่อสร้างความมั่นคงทางการเงินให้แก่ประชาชนและภาคธุรกิจ ภายหลังจากที่ไทยเผชิญกับความเสียหายทางเศรษฐกิจมูลค่ากว่า 4.5 แสนล้านบาทจากอุทกภัยครั้งใหญ่ในปี 2567 ซึ่งส่งผลให้เกิดการเรียกร้องค่าสินไหมทดแทนสูงเป็นประวัติการณ์ถึง 1.2 แสนล้านบาท
คปภ. เปิดตัวคู่มือปฏิบัติการภัยพิบัติแห่งชาติ
นายชูฉัตร ประมูลผล เลขาธิการคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) เปิดเผยว่า หน่วยงานกำลังเร่งจัดทำ "คู่มือปฏิบัติการภัยพิบัติแห่งชาติ" ซึ่งจะเป็นกรอบแนวทางกลางสำหรับทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ครอบคลุมตั้งแต่การประเมินความเสี่ยง การแจ้งเตือนล่วงหน้า ไปจนถึงกระบวนการจ่ายค่าสินไหมทดแทนที่รวดเร็วขึ้น "ภัยพิบัติไม่เคยแจ้งล่วงหน้า ประเทศไทยจำเป็นต้องมีระบบที่แข็งแกร่งเพื่อรับมือกับความเสียหายที่อาจเกิดขึ้น ซึ่งคู่มือนี้จะช่วยลดความซับซ้อนและเพิ่มประสิทธิภาพในการจัดการวิกฤต" นายชูฉัตรกล่าวระหว่างการแถลงข่าวเมื่อวันที่ 6 มิถุนายนที่ผ่านมา คู่มือดังกล่าวคาดว่าจะแล้วเสร็จภายในไตรมาสที่ 4 ของปี 2570 โดยจะถูกนำไปใช้เป็นมาตรฐานอ้างอิงสำหรับบริษัทประกันภัย หน่วยงานท้องถิ่น และหน่วยบรรเทาสาธารณภัย
กองทุนประกันภัยพิบัติ กลไกใหม่เพื่อความมั่นคง
แหล่งข่าวจาก Bloomberg ยืนยันว่า คปภ. กำลังเสนอร่างกฎหมายจัดตั้ง "กองทุนประกันภัยพิบัติแห่งชาติ" ซึ่งจะมีเงินทุนเริ่มต้น 2 หมื่นล้านบาทจากงบประมาณแผ่นดิน โดยกองทุนนี้จะทำหน้าที่เป็นผู้รับประกันภัยต่อ (reinsurer) ชั้นสุดท้าย สำหรับความเสียหายจากภัยธรรมชาติที่รุนแรงเกินกว่าที่บริษัทประกันทั่วไปจะรับได้ เช่น อุทกภัยขนาดใหญ่ แผ่นดินไหว หรือพายุไต้ฝุ่น "กองทุนนี้จะช่วยแบ่งเบาภาระของบริษัทประกัน และสร้างความเชื่อมั่นให้กับตลาดว่า จะมีเงินเพียงพอสำหรับจ่ายค่าสินไหมทดแทนในยามเกิดเหตุการณ์ร้ายแรง" นายชูฉัตรระบุ โดยคาดว่าจะเริ่มดำเนินการได้ภายในปี 2571 ซึ่งจะช่วยลดความเสี่ยงของระบบการเงินโดยรวม
ผลกระทบจากอุทกภัยปี 2567 ตัวเร่งปฏิรูป
ความเสียหายจากอุทกภัยครั้งรุนแรงในปี 2567 ซึ่งกินพื้นที่กว่า 30 จังหวัด ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 89 ราย และบ้านเรือนเสียหายกว่า 1.5 แสนหลัง ได้กลายเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่ทำให้รัฐบาลและ คปภ. ตระหนักถึงความจำเป็นในการปฏิรูประบบบริหารความเสี่ยงภัยพิบัติ โดยข้อมูลจากกระทรวงการคลังระบุว่า การเรียกร้องค่าสินไหมทดแทนจากเหตุการณ์ดังกล่าวสูงถึง 1.2 แสนล้านบาท ซึ่งมากกว่าที่ประมาณการไว้ถึง 2 เท่า ทำให้บริษัทประกันหลายแห่งประสบปัญหาสภาพคล่อง และจำเป็นต้องปรับขึ้นเบี้ยประกันในปีต่อ ๆ มาเฉลี่ย 15-20% เหตุการณ์นี้ได้ตอกย้ำถึงช่องว่างของการประกันภัยในประเทศที่ยังมีอัตราความคุ้มครองต่ำกว่ามาตรฐานสากล
ตารางเปรียบเทียบความเสียหายจากภัยพิบัติสำคัญในไทย (พ.ศ. 2554 - 2569)
| ปี (พ.ศ.) | ประเภทภัยพิบัติ | ความเสียหายทางเศรษฐกิจ (ล้านบาท) | การเรียกร้องค่าสินไหม (ล้านบาท) | จำนวนผู้เสียชีวิต (ราย) |
|---|
| --- | --- | --- | --- | --- |
|---|
| 2554 | อุทกภัยครั้งใหญ่ | 1,440,000 | 480,000 | 815 |
|---|
| 2562 | พายุปาบึก | 22,000 | 5,000 | 7 |
|---|
| 2565 | อุทกภัยภาคเหนือ/อีสาน | 35,000 | 8,500 | 25 |
|---|
| 2567 | อุทกภัยภาคกลาง/ใต้ | 450,000 | 120,000 | 89 |
|---|
| 2568 | แผ่นดินไหวเชียงราย (ขนาด 6.3) | 15,000 | 3,200 | 2 |
|---|
ที่มา: กระทรวงการคลัง, คปภ. และ Bangkok Post ข้อมูล ณ เดือนมิถุนายน 2569
กลยุทธ์การจัดการประกันภัยต่อเพื่อเสริมสภาพคล่อง
นอกจากกองทุนประกันภัยแล้ว คปภ. ยังมีแผนปรับปรุงกลยุทธ์การจัดการประกันภัยต่อ (Reinsurance Strategy) ให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น โดยจะส่งเสริมให้บริษัทประกันภัยในประเทศร่วมมือกับตลาดประกันภัยต่อต่างประเทศ เพื่อกระจายความเสี่ยงออกไปยังตลาดโลก dracula slot ฝากถอน ไม่มีขั้นต่ำ ปัจจุบันค่าเบี้ยประกันภัยต่อที่ไทยต้องจ่ายให้กับต่างประเทศอยู่ที่ประมาณ 5 หมื่นล้านบาทต่อปี ซึ่งสูงเป็นอันดับ 3 ในอาเซียน รองจากสิงคโปร์และอินโดนีเซีย "เราจำเป็นต้องสร้างสมดุลระหว่างการรักษาเงินไว้ในประเทศและการกระจายความเสี่ยง การมีกองทุนของรัฐจะช่วยให้เราต่อรองกับบริษัทประกันภัยต่อต่างประเทศได้ดีขึ้น" นายชูฉัตรอธิบาย
บทบาทของภาคเอกชนและการปรับตัวของธุรกิจ
ภาคธุรกิจประกันภัยเองก็ต้องปรับตัวอย่างรวดเร็วเช่นกัน โดยสมาคมประกันวินาศภัยไทยเปิดเผยว่า บริษัทสมาชิก 52 แห่งได้ร่วมกันพัฒนาผลิตภัณฑ์ประกันภัยพิบัติรูปแบบใหม่ที่ครอบคลุมความเสี่ยงจากสภาพอากาศรุนแรง ซึ่งเกิดจากภาวะโลกร้อน เช่น ภัยแล้งและน้ำท่วมฉับพลัน "ความถี่ของภัยธรรมชาติเพิ่มขึ้น 3 เท่าในรอบ 10 ปีที่ผ่านมา ธุรกิจต้องเปลี่ยนจากการตั้งรับเป็นเชิงรุก" นางสาววรางคณา วงศ์สถิต กรรมการผู้จัดการบริษัทประกันภัยแห่งหนึ่งกล่าว โดยผลิตภัณฑ์ใหม่นี้จะมีเบี้ยประกันถูกลง 20% เมื่อเทียบกับกรมธรรม์แบบเดิม แต่ผู้เอาประกันต้องติดตั้งระบบเตือนภัยล่วงหน้าที่ได้รับการรับรองจาก คปภ.
FAQ (คำถามที่พบบ่อย)
Q1: กองทุนประกันภัยพิบัติแห่งชาติจะช่วยประชาชนทั่วไปอย่างไร?
A1: กองทุนฯ จะทำหน้าที่เป็น "นายทุนใหญ่" คอยสำรองเงินจ่ายให้บริษัทประกันในกรณีที่เกิดภัยพิบัติรุนแรงจนบริษัทประกันไม่มีเงินจ่ายค่าสินไหมทดแทน ส่งผลให้ประชาชนมั่นใจได้ว่า atlantis slot ฝากถอน ไม่มีขั้นต่ำ จะได้รับเงินชดเชยตามกรมธรรม์อย่างแน่นอน แม้ในสถานการณ์ที่แย่ที่สุด นอกจากนี้ การมีกองทุนยังช่วยให้บริษัทประกันไม่ต้องขึ้นเบี้ยประกันมากเกินไปในปีที่เกิดภัย ทำให้ประชาชนสามารถเข้าถึงความคุ้มครองได้ในราคาที่เหมาะสม
Q2: คู่มือปฏิบัติการภัยพิบัติแห่งชาติแตกต่างจากแผนปัจจุบันอย่างไร?
A2: คู่มือฉบับใหม่จะเป็นเอกสารกลางที่รวมทุกขั้นตอนไว้ในที่เดียว ตั้งแต่การซ้อมแผน การแจ้งเตือน การจัดการจุดอพยพ ไปจนถึงขั้นตอนการยื่นและจ่ายค่าสินไหม ซึ่งแตกต่างจากปัจจุบันที่แต่ละหน่วยงานมีแผนของตนเอง ทำให้เกิดความซ้ำซ้อนและล่าช้า โดยคู่มือนี้จะกำหนดให้มีศูนย์บัญชาการกลาง (War Room) ที่เชื่อมข้อมูลของ คปภ. กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย และธนาคารแห่งประเทศไทย แบบ real-time เพื่อให้การตัดสินใจรวดเร็วยิ่งขึ้น
สรุปและแนวโน้ม
ความพยายามของ คปภ. ในการผลักดันคู่มือปฏิบัติการภัยพิบัติแห่งชาติและกองทุนประกันภัย ถือเป็นก้าวสำคัญในการเสริมสร้างภูมิคุ้มกันทางการเงินให้แก่ประเทศไทย ท่ามกลางภาวะโลกร้อนที่ทำให้ภัยธรรมชาติทวีความรุนแรงขึ้น god slot ฝากถอน ไม่มีขั้นต่ำ อย่างไรก็ตาม ความสำเร็จของแผนนี้ขึ้นอยู่กับความร่วมมือจากทุกภาคส่วนและการจัดสรรงบประมาณอย่างเพียงพอ ความสามารถในการบริหารความเสี่ยงจากภัยพิบัติของประเทศจะถูกทดสอบอีกครั้งเมื่อเกิดมหันตภัยครั้งหน้า

บทความที่เกี่ยวข้อง - คา สิ โน ประเทศไทย แตกง่าย ได้เงินจริง
สำนักงาน คปภ. เดินหน้าแผนบริหารความเสี่ยงจากภัยพิบัติแห่งชาติ ตั้งกองทุนประกันภัย 2 หมื่นล้านบาท รองรับความเสียหายทางเศรษฐกิจ หลังอุทกภัยปี 2567 สร้างความเสียหา