เตือนภัย! แลกเงินสดจ... ข่าวล่าสุด
ตามรายงานของ Bangkok Post เมื่อวันที่ 4 มิถุนายน 2569 รัฐบาลไทยได้ออกโรงเตือนอย่างเป็นทางการถึงผู้ประกอบการร้านค้าและผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐที่เข้าร่วมโครงการ "คนละครึ่งเฟส 5" หรือ "Thais Help Thais Plus" ว่าการนำสิทธิ์ในโครงการไปแลกเปลี่ยนเป็นเงินสดนั้นเป็นความผิดทางอาญา ซึ่งอาจมีโทษจำคุกสูงสุดถึง 5 ปี และปรับอีก 100,000 บาท คำเตือนนี้มีขึ้นหลังจากกระทรวงการคลังตรวจพบพฤติกรรมต้องสงสัยหลายรูปแบบที่เข้าข่ายทุจริตในโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจวงเงิน 4.5 หมื่นล้านบาท ซึ่งดำเนินการมาตั้งแต่เดือนมีนาคมที่ผ่านมา
การแจ้งเตือนจากรัฐบาลถึงร้านค้าและผู้ใช้สิทธิ
นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยเมื่อวันที่ 3 มิถุนายน 2566 ว่า กรมบัญชีกลางร่วมกับกองบังคับการปราบปรามการกระทำผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บก.ปอท.) ได้ตรวจสอบข้อมูลการทำธุรกรรมที่ผิดปกติ พบว่ามีร้านค้าประมาณ 1,200 แห่ง และผู้ใช้สิทธิ์อีกกว่า 8,500 ราย ที่มีพฤติกรรมเข้าข่ายการแลกเปลี่ยนเงินสดจากโครงการ โดยการซื้อสินค้าปลอมหรือการจ่ายเงินคืนให้ผู้ซื้อเป็นเงินสดภายหลังการชำระเงินผ่านแอปพลิเคชัน “เป๋าตัง”
“รัฐบาลมีความชัดเจนว่าโครงการนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจฐานราก ลดค่าครองชีพ และสร้างเม็ดเงินหมุนเวียนในระบบ ไม่ใช่การแจกเงินสด ดังนั้นการกระทำใดที่ทำให้เกิดการทุจริตจะถูกดำเนินคดีถึงที่สุด” นายจุลพันธ์ กล่าวย้ำถึงท่าทีของรัฐบาล
กลโกงแลกเงินสดในโครงการคนละครึ่งเฟส 5
แหล่งข่าวจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติยืนยันว่า กลโกงที่พบมีหลายรูปแบบ อาทิ ร้านค้าที่ไม่มีสินค้าจริงแต่เปิดร้านในระบบเพียงเพื่อรับการชำระเงินจากผู้ใช้สิทธิ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นร้านค้าที่มีประวัติการทำธุรกรรมที่ผิดปกติสูงถึงมากกว่า 500 ครั้งต่อวัน โดยที่ตั้งของร้านหลายแห่งไม่สามารถตรวจสอบได้จากข้อมูลทะเบียนพาณิชย์
เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนยังพบว่า มักมีกลุ่มบุคคลที่ทำหน้าที่เป็นนายหน้า โดยใช้บัญชีโซเชียลมีเดียประกาศรับซื้อสิทธิ์จากผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐหรือผู้ลงทะเบียนโครงการ ซึ่งเสนอผลตอบแทนให้ผู้ใช้สิทธิประมาณร้อยละ 80-90 ของวงเงินสิทธิ์ที่มีอยู่ นายหน้ากลุ่มนี้จะหักค่าดำเนินการประมาณ 10-20 เปอร์เซ็นต์ ทำให้ผู้ใช้สิทธิได้รับเงินสดทันที แต่รัฐสูญเสียเม็ดเงินที่ควรจะกระตุ้นเศรษฐกิจโดยตรง
การดำเนินคดีตามประมวลกฎหมายอาญาและ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์
พลตำรวจตรี ธีรเดช ธรรมสุธีร์ ผู้บังคับการกองบังคับการปราบปรามการกระทำผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (ผบก.ปอท.) เปิดเผยว่า ตั้งแต่เดือนเมษายนถึงพฤษภาคม 2569 จับกุมผู้ต้องหาแล้ว 47 ราย ในจำนวนนี้รวมถึงร้านค้าปลอมและนายหน้าที่มีพฤติกรรมฉ้อโกงโครงการ big slot ฝากถอน ไม่มีขั้นต่ำ ซึ่งผู้ต้องหาจะถูกดำเนินคดีในข้อหาฉ้อโกงประชาชนตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 341 และความผิดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2550 มาตรา 14 ซึ่งมีโทษจำคุกสูงสุด 5 ปี และปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
“คดีนี้ถือเป็นคดีตัวอย่างเพื่อให้ประชาชนและผู้ประกอบการตระหนักว่า รัฐบาลเอาจริงกับการทุจริตสวัสดิการของรัฐ เพราะกระทบต่อระบบการเงินและความเป็นธรรมทางสังคม” ผบก.ปอท. กล่าวเพิ่มเติมพร้อมยืนยันว่า จะขยายผลไปถึงเครือข่ายนายหน้าที่อยู่เบื้องหลังอีกไม่น้อยกว่า 30 คน
ภาพรวมความเสียหายและจำนวนคดีทุจริตโครงการ
ตารางต่อไปนี้แสดงข้อมูลสรุปความคืบหน้าการตรวจสอบทุจริตโครงการคนละครึ่งเฟส 5 ณ วันที่ 4 มิถุนายน 2569
| รายการ | จำนวน | หมายเหตุ |
|---|
| --- | --- | --- |
|---|
| ร้านค้าที่ถูกตรวจสอบพฤติกรรมต้องสงสัย | 1,200 แห่ง | ส่วนใหญ่มีธุรกรรมเกิน 500 ครั้ง/วัน |
|---|
| ผู้ใช้สิทธิ์ที่เข้าข่ายร่วมขบวนการ | 8,500 ราย | กำลังตรวจสอบประวัติเพิ่มเติม |
|---|
| ผู้ต้องหาที่ถูกจับกุมแล้ว | 47 ราย | รวมร้านค้าปลอมและนายหน้า |
|---|
| เป้าหมายเครือข่ายที่ต้องขยายผล | 30 คน | มุ่งไปที่กลุ่มนายหน้ารายใหญ่ |
|---|
| วงเงินโครงการรวม | 4.5 หมื่นล้านบาท | งบประมาณจากกระทรวงการคลัง |
|---|
บทบาทของกองปราบปรามเทคโนโลยีในการป้องกันทุจริต
เจ้าหน้าที่จากกองบังคับการปราบปรามการกระทำผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บก.ปอท.) ได้ใช้ระบบ AI วิเคราะห์รูปแบบธุรกรรมผิดปกติของร้านค้าในโครงการ hand of midas slot ฝากถอน ไม่มีขั้นต่ำ ตัวอย่างเช่น ร้านค้าที่เปิดให้บริการในเวลากลางคืนเป็นจำนวนมาก หรือร้านค้าที่มีที่อยู่เดียวกันแต่จดทะเบียนคนละชื่อกว่า 50 ร้าน โดยระบบสามารถดักจับสัญญาณเตือนภัยล่วงหน้าก่อนที่เงินจะถูกเบิกจ่ายออกไป
นอกจากนี้ กระทรวงการคลังยังได้ร่วมมือกับธนาคารกรุงไทย ซึ่งเป็นผู้ให้บริการระบบชำระเงินผ่านแอปเป๋าตัง ในการอายัดบัญชีร้านค้าต้องสงสัยชั่วคราวจำนวน 780 บัญชี เพื่อให้แน่ใจว่ารัฐจะไม่สูญเสียเงินเพิ่มเติมในช่วงที่อยู่ระหว่างการสอบสวน
FAQ: คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการทุจริตโครงการคนละครึ่ง
Q1: หากมีร้านค้ามาชักชวนให้ฉันแลกเงินสดจากสิทธิ์โครงการคนละครึ่ง ฉันจะมีความผิดหรือไม่?
A1: ใช่ การกระทำดังกล่าวถือเป็นความผิดร่วมกันในการฉ้อโกงรัฐ โดยผู้ใช้สิทธิ์ที่ยินยอมแลกเงินสดอาจถูกดำเนินคดีในข้อหาร่วมกันฉ้อโกงประชาชนตามประมวลกฎหมายอาญา fortune horse pg ฝาก-ถอน true wallet มีโทษจำคุกสูงสุด 5 ปี ปรับไม่เกิน 100,000 บาท คู่กรณีที่ชักชวนก็จะถูกดำเนินคดีเช่นเดียวกัน
Q2: ฉันสงสัยว่าร้านค้าในพื้นที่ของฉันมีการทุจริต ฉันสามารถแจ้งเบาะแสได้ที่ไหน?
A2: สามารถแจ้งเบาะแสได้ที่สายด่วนกรมบัญชีกลาง โทร. 02-271-1000 หรือศูนย์รับเรื่องร้องเรียนกองบังคับการปราบปรามการกระทำผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บก.ปอท.) โทร. 1599 ตลอด 24 ชั่วโมง โดยข้อมูลของผู้แจ้งจะถูกเก็บเป็นความลับ
บทสรุป: ความสำคัญของความโปร่งใสในโครงการสวัสดิการรัฐ
การปราบปรามการทุจริตในโครงการสวัสดิการแห่งรัฐหรือการทุจริตโครงการคนละครึ่งนี้สะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของรัฐบาลในการใช้เงินภาษีของประชาชนอย่างคุ้มค่า การที่กระทรวงการคลังและกองปราบปอท.ร่วมมือกันอย่างจริงจัง จะช่วยสร้างความเชื่อมั่นต่อระบบสวัสดิการและป้องกันการสูญเสียงบประมาณที่ควรจะตกถึงมือประชาชนผู้เดือดร้อนอย่างแท้จริง

บทความที่เกี่ยวข้อง - wonderland slot ฝากถอน ไม่มีขั้นต่ำ
รัฐบาลเตือนร้านค้าและผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ แลกเงินสดจากโครงการคนละครึ่งเฟส 5 เสี่ยงติดคุก 5 ปี รายงานล่าสุดจาก Bangkok Post และ ปอท. จับกุมแล้ว 47 ราย คดีท