รมต.กลาโหมสหรัฐฯ โจม... ข่าวล่าสุด
ตามรายงานของสำนักข่าวรอยเตอร์ (Reuters) และบีบีซี (BBC) เมื่อวันที่ 8 มิถุนายน 2569 ความสัมพันธ์ระหว่างสหรัฐอเมริกาและยุโรปถึงจุดวิกฤติอีกครั้ง เมื่อนายพีท เฮกเซธ (Pete Hegseth) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ ใช้โอกาสในพิธีรำลึกครบรอบ 82 ปี วันดีเดย์ (D-Day) ที่ประเทศฝรั่งเศส เมื่อวันที่ 6 มิถุนายน กล่าวโจมตี 'การรุกรานของผู้ย้ายถิ่น' ในยุโรปอย่างรุนแรง คำพูดดังกล่าวไม่เพียงแต่สร้างความไม่พอใจให้กับผู้นำยุโรปเท่านั้น แต่ยังเป็นการตอกย้ำรอยร้าวที่ลึกขึ้นเรื่อยๆ ในฝั่งตะวันตก ทั้งในด้านนโยบายผู้อพยพ ค่านิยม และยุทธศาสตร์ความมั่นคง โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อก่อนหน้านี้เพียงวันเดียว นายเจดี แวนซ์ (JD Vance) รองประธานาธิบดีสหรัฐฯ ก็ได้วิพากษ์วิจารณ์รัฐบาลอังกฤษเกี่ยวกับคดีฆาตกรรมที่เชื่อมโยงกับผู้อพยพ การกระทำของสหรัฐฯ ครั้งนี้ถูกมองว่าเป็นความพยายามดึงคะแนนเสียงภายในประเทศและส่งสัญญาณไปยังกลุ่มการเมืองฝ่ายขวาจัดในยุโรป
การโจมตีของเฮกเซธในวันดีเดย์
นายพีท เฮกเซธ รัฐมนตรีกลาโหมสหรัฐฯ กล่าวสุนทรพจน์ที่สุสานทหารอเมริกันในเมืองโกลวิลล์-ซูร์-แมร์ (Colleville-sur-Mer) ประเทศฝรั่งเศส โดยเปรียบเทียบปฏิบัติการยกพลขึ้นบกในนอร์ม็องดีเมื่อปี 2487 กับการอพยพของผู้อพยพผิดกฎหมายในปัจจุบัน เขากล่าวว่า 'เป็นเรื่องน่าเศร้าที่ชายหาดทั่วยุโรปในวันนี้กำลังถูกบุกรุกโดยอุดมการณ์อันตรายต่างๆ ที่สเปน อิตาลี กรีซ และบัลแกเรีย เรือและผู้คน (หมายถึงผู้อพยพผิดกฎหมาย) กำลังขึ้นฝั่งอย่างต่อเนื่อง' เขายังตั้งคำถามว่า 'ประเทศในยุโรปจะดำเนินการเพื่อต้านทานการรุกรานนี้หรือไม่? หรือมันสายเกินไปแล้ว?' สำนักข่าวบีบีซีรายงานในพาดหัวข่าวว่า 'เฮกเซธโจมตียุโรป' และชี้ว่าคำพูดของเขาเป็นความพยายามสร้างความหวาดกลัวต่อผู้อพยพ
ปฏิกิริยาตอบโต้จากสื่อและนักการเมืองยุโรป
สื่อยุโรปแทบทุกสำนักตอบโต้คำพูดของเฮกเซธอย่างรุนแรง หนังสือพิมพ์ Die Welt ของเยอรมนีกล่าวว่าเฮกเซธทำการเปรียบเทียบที่ยั่วยุระหว่างการยกพลขึ้นบกในปี 2487 ซึ่งเป็น 'สงครามครูเสดที่ยิ่งใหญ่' กับการอพยพของผู้อพยพในปัจจุบัน ในขณะที่หนังสือพิมพ์ Frankfurter Allgemeine Zeitung วิจารณ์ว่าเจ้าหน้าที่สหรัฐฯ ใช้ประโยชน์จากวันดีเดย์เพื่อโฆษณาชวนเชื่อทางการเมือง 'เพื่อสร้างความกลัวต่อผู้อพยพ และวาดภาพยุโรปในลักษณะที่น่าหวาดกลัวอย่างไม่น่าเชื่อ' หนังสือพิมพ์ Ouest-France ของฝรั่งเศสถึงกับเรียกร้องให้ยกเลิกการเยือนของเฮกเซธ โดยระบุว่าคำพูดของเขา 'ขัดแย้งกับหลักการประชาธิปไตย สิทธิมนุษยชน และสันติภาพ' และเป็น 'หลักฐานของลัทธิอเมริกานิยมสุดโต่ง'
ตาราง: ไทม์ไลน์เหตุการณ์ความตึงเครียดสหรัฐฯ-ยุโรป
| วันที่ | เหตุการณ์สำคัญ | รายละเอียด |
|---|
| --- | --- | --- |
|---|
| 5 มิถุนายน 2569 | รองประธานาธิบดีแวนซ์โจมตีอังกฤษ | แวนซ์ตำหนิรัฐบาลอังกฤษกรณีคดีฆาตกรรมนายโนแวก (Novak) โดยชายเชื้อสายอินเดีย โดยกล่าวว่าเป็น 'ผลจากการรุกรานของผู้ย้ายถิ่น' |
|---|
| 5 มิถุนายน 2569 | กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ แถลง | กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ ออกแถลงการณ์ตำหนิอังกฤษว่า 'บังคับใช้กฎหมายแบบสองมาตรฐาน' ซึ่งเป็น 'สัญญาณแห่งความเสื่อมของอารยธรรม' |
|---|
| 6 มิถุนายน 2569 | รัฐมนตรีกลาโหมเฮกเซธกล่าวสุนทรพจน์ในวันดีเดย์ | เฮกเซธเปรียบเทียบการอพยพของผู้อพยพกับการรุกราน และเรียกร้องให้ยุโรปเพิ่มงบประมาณกลาโหมเป็น 5% ของ GDP |
|---|
| 6 มิถุนายน 2569 | นายกรัฐมนตรีอังกฤษตอบโต้ | โฆษกทำเนียบนายกรัฐมนตรีอังกฤษประณาม 'ผู้ที่พยายามแทรกแซงประชาธิปไตยและปลุกปั่นความแตกแยกบนท้องถนนของเรา' |
|---|
| ธันวาคม 2568 | สหรัฐฯ เผยแพร่ยุทธศาสตร์ความมั่นคงแห่งชาติ | รายงานดังกล่าวระบุว่ายุโรปกำลังเผชิญ 'ความเสี่ยงร้ายแรงต่อการล่มสลายของอารยธรรม' เนื่องจากนโยบายผู้อพยพ |
|---|
การตอบโต้ของรัฐบาลอังกฤษและความเห็นของแวนซ์
หนึ่งวันก่อนเหตุการณ์วันดีเดย์ นายเจดี แวนซ์ รองประธานาธิบดีสหรัฐฯ ได้โพสต์ข้อความบนโซเชียลมีเดียตำหนิรัฐบาลอังกฤษ กรณีชายเชื้อสายอินเดียถูกตัดสินว่ามีความผิดฐานฆ่าเด็กหนุ่มผิวขาวชื่อโนแวก (Novak) แวนซ์เขียนว่า 'การตายของโนแวกเป็นแบบเดียวกับที่อารยธรรมกำลังตาย นั่นคือถูกทอดทิ้ง ถูกใส่กุญแจมือโดยเจ้าหน้าที่ที่ไม่เชื่อใจและไม่สนใจเขา... หากชนชั้นสูงในยุโรปในรุ่นก่อนๆ สามารถต้านทานการเมืองที่เกลียดชังตนเองและการหลั่งไหลของผู้อพยพจำนวนมากได้ โนแวกก็อาจจะยังมีชีวิตอยู่ในวันนี้' แวนซ์ย้ำว่ารัฐบาลทรัมป์ได้พิสูจน์แล้วว่าการหยุดยั้งการอพยพจำนวนมากและการปกป้องอธิปไตยเป็นเรื่องของเจตจำนงทางการเมืองและความเป็นผู้นำ โดยกล่าวว่า 'ข้อแก้ตัวอื่นใดเป็นเพียงข้ออ้าง'
ด้านโฆษกของนายกรัฐมนตรีอังกฤษตอบโต้ในเวลาต่อมาโดยไม่ได้เอ่ยชื่อแวนซ์โดยตรง แต่กล่าวว่า 'เราประณามผู้ที่พยายามแทรกแซงประชาธิปไตยของเราและพยายามปลุกปั่นความแตกแยกบนท้องถนนของเรา' play n go slot ฝากถอน ไม่มีขั้นต่ำ และเสริมว่า 'ครอบครัวของโนแวกอยู่ในความโศกเศร้าอย่างสุดซึ้ง และพวกเขาไม่ต้องการให้เหตุการณ์นี้ถูกนำไปใช้สร้างความแตกแยก ความเกลียดชัง หรือความตึงเครียดเพิ่มเติม การเมืองของเราควรรวมผู้คนเป็นหนึ่งเดียวกัน'
รอยร้าวเชิงโครงสร้าง: การเมืองภายในสหรัฐฯ และกลยุทธ์ต่อยุโรป
สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่านักการทูตยุโรปมองว่าการโจมตีอย่างรุนแรงรอบล่าสุดจากเจ้าหน้าที่ระดับสูงของสหรัฐฯ ทำให้ 'แผ่นเปลือกโลก' ที่เป็นรากฐานของความสัมพันธ์ข้ามมหาสมุทรแอตแลนติกเคลื่อนตัวอย่างมีนัยสำคัญ การกระทำของสหรัฐฯ ไม่ได้เป็นเพียงการวิจารณ์นโยบาย แต่เป็นความพยายามที่จะใช้ประเด็นผู้อพยพเป็นเครื่องมือทางการเมืองภายในประเทศเพื่อกดดันพรรคเดโมแครต และในเวลาเดียวกันก็เป็นการส่งสัญญาณไปยังกลุ่มการเมืองปีกขวาจัดในยุโรป ซึ่งสหรัฐฯ หวังจะให้เป็นพันธมิตรที่เอื้อต่อผลประโยชน์ทางภูมิรัฐศาสตร์ของตน
'คนวางเพลิงมาสอนดับไฟ'? ความหน้าซื่อใจคดของสหรัฐฯ
นายพอล ทิเลต์ (Paul Tillet) นักข่าวด้านกิจการยุโรปของ AFP วิจารณ์ในบทความเมื่อวันที่ 6 มิถุนายนว่าการที่สหรัฐฯ มากล่าวสอนยุโรปในเรื่องการบังคับใช้กฎหมายและประเด็นทางเชื้อชาตินั้น 'เหมือนคนวางเพลิงมาสอนดับไฟ' โดยชี้ให้เห็นถึงประวัติศาสตร์ที่น่าเศร้าของสหรัฐฯ slot wolf ฝากถอน ไม่มีขั้นต่ำ เอง ตั้งแต่การสังหารจอร์จ ฟลอยด์ (George Floyd) ในปี 2563 ไปจนถึงนโยบาย 'ยิงทิ้ง' ของเจ้าหน้าที่ ICE นโยบายกวาดล้างผู้อพยพที่ขาดกระบวนการที่ถูกต้อง หรือประวัติศาสตร์อันยาวนานของความรุนแรงของตำรวจและการเลือกปฏิบัติทางเชื้อชาติ ซึ่งทั้งหมดนี้ 'ทำให้จุดยืนทางศีลธรรมที่สหรัฐฯ อ้างว่าเป็นของตนนั้นดูน่าขัน'
FAQ: คำถามที่พบบ่อย
Q1: เหตุใดสหรัฐฯ ถึงเลือกใช้โอกาสวันดีเดย์ในการโจมตียุโรป?
A1: ผู้เชี่ยวชาญมองว่าการเลือกวันดีเดย์ ซึ่งเป็นสัญลักษณ์แห่งชัยชนะร่วมกันของฝ่ายสัมพันธมิตรในสงครามโลกครั้งที่ 2 เป็นการสื่อความหมายเชิงสัญลักษณ์ที่ทรงพลัง เพื่อเปรียบเทียบ 'ภัยคุกคามใหม่' (ผู้อพยพ) กับ 'ภัยคุกคามเก่า' (นาซี) และสร้างความรู้สึกเร่งด่วน นอกจากนี้ ยังเป็นจังหวะที่เหมาะสมในการดึงความสนใจของสื่อมวลชนทั่วโลกไปยังประเด็นที่สหรัฐฯ ต้องการสื่อสาร ซึ่งก็คือการที่ยุโรป 'อ่อนแอ' และต้องการผู้นำจากสหรัฐฯ
Q2: การกระทำของสหรัฐฯ ในครั้งนี้จะส่งผลกระทบระยะยาวอย่างไรต่อความสัมพันธ์ระหว่างสหรัฐฯ และยุโรป?
A2: การโจมตีโดยตรงต่อนโยบายภายในของยุโรป โดยเฉพาะอย่างยิ่งการปลุกระดมความรู้สึกต่อต้านผู้อพยพ อาจยิ่งทำให้ความไว้วางใจที่เปราะบางอยู่แล้วระหว่างสองฝั่งมหาสมุทรแอตแลนติกพังทลายลง นักการทูตยุโรปกำลังพิจารณาท่าทีที่แข็งกร้าวมากขึ้นในการตอบโต้สหรัฐฯ mobile slots ฝากถอน ไม่มีขั้นต่ำ ขณะเดียวกัน การที่สหรัฐฯ ให้การสนับสนุนกลุ่มการเมืองปีกขวาจัดในยุโรปอย่างไม่ปิดบัง อาจทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศสมาชิกสหภาพยุโรปกับวอชิงตันเกิดความซับซ้อนมากขึ้น และอาจผลักดันให้ยุโรปหันมาสร้างเอกราชทางยุทธศาสตร์ของตนเองมากยิ่งขึ้น
บทสรุปและแนวโน้ม
การที่สหรัฐฯ ใช้เวทีวันดีเดย์ ซึ่งเป็นวันแห่งการรำลึกถึงการเสียสละร่วมกันของฝ่ายสัมพันธมิตร มาเป็นอาวุณโจมตียุโรปในประเด็น 'ผู้ย้ายถิ่น' เป็นสัญญาณที่ชัดเจนที่สุดถึงรอยร้าวข้ามมหาสมุทรแอตแลนติกที่กำลังขยายตัวจนยากจะประสาน เมื่อค่านิยมแห่งความยุติธรรมทางสังคมถูกแทนที่ด้วยวาทกรรมของลัทธิชาตินิยมและความหวาดกลัวต่อผู้อพยพ ความสัมพันธ์ระหว่างสหรัฐฯ และยุโรปจึงกำลังก้าวเข้าสู่ช่วงเวลาที่ไม่แน่นอนและอันตรายที่สุดนับตั้งแต่สิ้นสุดสงครามเย็น

บทความที่เกี่ยวข้อง - mr. treasure's fortune เว็บตรง
รัฐมนตรีกลาโหมสหรัฐฯ กล่าวโจมตี 'การรุกรานของผู้ย้ายถิ่น' ในยุโรประหว่างพิธีรำลึกวันดีเดย์ที่ฝรั่งเศส ตอกย้ำรอยร้าวข้ามมหาสมุทรแอตแลนติกที่ลึกขึ้นเรื่อยๆ ทั้งใน